ผู้เขียน หัวข้อ: วิเคราะห์ปัญหาเรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมาย  (อ่าน 12252 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ UDA.

  • นายอำเภอ
  • จอมยุทธ
  • *****
  • กระทู้: 2,886
  • เพศ: ชาย
เศรษฐีบ้านเช่ายิง2โจรแก๊งลักจยย.ดับ1สาหัส1ขณะงัดจยย

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 20 สิงหาคม พ.ต.ต.วินัย โห้เหรียญ สารวัตรเวรสอบ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต ภายในซอยหนองหิน ข้างห้องแถวให้เช่า เลขที่ 9/4 หมู่ 4 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุกลางถนนภายในซอยพบศพนายสุธาวี ว่องชิงชัย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/2 ม.7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สวมเสื้อคอปกสีน้ำตาล สวมกางเกงยีน สวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ ในมือด้านขวากำมืออีโต้ไว้แน่น สภาพนอนคว่ำหน้า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าหน้าอกข้างซ้าย 1 นัด กระสุนตัดขั้วหัวใจ

นอกจากนี้ยังมีคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 คน พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม ไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อคือ นายนำโชค หรือดำ แย้มแดง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/7 ม.7 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าที่หน้าท้องซ้าย 1 นัด น่องขาซ้าย 1 นัด กระสุนทะลุอาการสาหัส ห่างจากศพประมาณ 60 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน งกค 281 ชลบุรี ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ด้านข้างรถมีแผ่นป้ายทะเบียน กธท 104 สระแก้ว ตกอยู่จำนวน 1 แผ่น และปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่จำนวน 4 ปลอก และหัวกระสุนจำนวน 3 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายเสน่ห์ บุญส่ง อายุ 42 ปี เจ้าของห้องแถวให้เช่า และที่ดินให้เช่า ให้การว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงวัยรุ่นทั้ง 2 คน โดยก่อเหตุเกิดเหตุคนร้ายทั้ง 2 คน กำลังก่อเหตุงัดรถจักรยานยนต์ ซูซิกิ แสมช สีดำ ซึ่งเป็นของลูกบ้านที่เช่าอยู่ในที่ดินของตน โดยคนร้ายจะใช้อาวุธมีดอีโต้ เข้ามาทำร้าย เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงชักอาวุธปืน ยิงใส่คนร้ายทั้ง 2 คนเพื่อป้องกันตัว

ขออนุญาตแก้ไข โดยนำเนื้อข่าวมาลงเลยนะครับ น้าเหล็ก <K:>

--------------------------------------------------     
จากเหตุการณ์ดังกล่าว จะอ้างต่อศาลได้ไหมว่าป้องกันตัว ตาม มาตรา 68

บางท่านบอกว่าเกินกว่าเหตุ แต่เมื่อเกิดเหตุเฉพาะหน้านั้น เราจะมีสติ แค่ไหนที่จะเลือกยิงบางส่วนได้
เพราะโดยปรกติ จะยิงในเป้าใหญ่ก่อน

น้า ๆ ว่าไง กันบ้างครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 09, 2009, 15:36:15 15:36 โดย นายสิงห์กลิ้ง »
"บอกไปตามอารมณ์ผมขี้เมื่อย....สมองเอื่อยเฉื่อยช้ามาแต่ต้น
ความจำเสื่อมเอื้อมครองสมองตน...ใยอย่าสนคนชอบเฉื่อยเมื่อยอารมณ์"

Bangkaew

  • บุคคลทั่วไป
Re: http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=61206.0
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2008, 13:49:29 13:49 »
  • Publish
  • เป็นผม คงเลือกยิงขาก่อน ล่ะครับ :B :B

    ออฟไลน์ UDA.

    • นายอำเภอ
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 2,886
    • เพศ: ชาย
    Re: http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=61206.0
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2008, 14:05:20 14:05 »
  • Publish
  • ระยะขนาดมันจะเอาอีโต้ฟันได้  คงไม่ต้องคิดอะไรมาก ยิงมันเข้าไปก่อน
    ไม่เลือกครับ ชักขึ้นมาได้  ซัดมันหมดแม๊กล่ะ
    "บอกไปตามอารมณ์ผมขี้เมื่อย....สมองเอื่อยเฉื่อยช้ามาแต่ต้น
    ความจำเสื่อมเอื้อมครองสมองตน...ใยอย่าสนคนชอบเฉื่อยเมื่อยอารมณ์"

    Bangkaew

    • บุคคลทั่วไป
    Re: http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=61206.0
    « ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2008, 14:38:45 14:38 »
  • Publish
  • ระยะขนาดมันจะเอาอีโต้ฟันได้  คงไม่ต้องคิดอะไรมาก ยิงมันเข้าไปก่อน
    ไม่เลือกครับ ชักขึ้นมาได้  ซัดมันหมดแม๊กล่ะ

    หมดแม๊ก ของผมมัน17+1นะ...น้าเหล็ก...พรุนพอดี :B :B

    ออฟไลน์ นายสิงห์กลิ้ง

    • ปลัดอาวุโส
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 1,773
    • เพศ: ชาย
    • เหนือกว่ากฎหมายยังมีกฎแห่งกรรม
    เรื่องนี้มันไม่สามารถวางหลักเกณฑ์ได้ตายตัวครับ

    หลักกฎหมายในเรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
    มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๘  และมาตรา ๖๙ แห่งประมวลกฎหมายอาญา

    มาตรา ๖๘ ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด

    มาตรา ๖๙ ในกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๗ และมาตรา ๖๘ นั้นถ้าผู้กระทำได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็นหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ แต่ถ้าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลจะไม่ลงโทษผู้กระทำก็ได้


    การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น สามารถวางหลักเกณฑ์ได้ดังนี้ คือ

              ผู้ใดจำต้องกระทำความผิดตามกฎหมาย กล่าวคือ เราไม่ได้คิดจะกระทำความผิดแต่จำต้องกระทำความผิดนั้น เพราะเพื่อป้องกันสิทธิของตนเอง หรือของผู้อื่น โดยสิทธิดังกล่าวนั้น หมายความรวมถึงสิทธิในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน เสรีภาพ อนามัยของตนเองและของผู้อื่น โดยผู้กระทำได้ทำไปเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นนั้น พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย จากคนร้าย หรือสิ่งอื่นใด และภยันตรายนั้นจะต้องเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงด้วย หากผู้นั้นได้กระทำลงพอสมควรแก่เหตุ  ผู้นั้นไม่มีความผิด

            ตามข่าว เรื่องนี้ คงต้องแบ่งภยันตรายอันละเมิดต่อกฏหมายออกเป็นสองส่วน คือ
    ส่วนแรก คือภยันตรายที่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ของลูกบ้าน คือ กรณีเจ้าของบ้านเช่าลงมาพบสองคนร้าย ซึ่งกำลังทำการงัดรถจักรยานยนต์ของลูกบ้านอยู่นั้น ถือว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายจากคนร้าย ได้เกิดขึ้นต่อรถจักรยานยนต์ของลูกบ้านแล้ว (สิทธิในทรัพย์สิน)และต้องถือว่าเป็นภยันตรายที่ถึงแล้วด้วย

    ส่วนที่สอง คือภยันตรายที่เกิดขึ้นกับชีวิตและร่างกายของตัวเจ้าของบ้านเอง คือกรณีที่สองคนร้ายได้ใช้มีดอีโต้ วิ่งเข้ามาจะทำร้ายเจ้าของบ้าน
    ซึ่งทั้งสองภยันตรายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงหรือถึงแล้ว 

    - ถ้าเราลองมาเปลี่ยนข้อเท็จจริงว่า พอเจ้าของบ้านเช่าลงมาเห็นสองคนร้ายกำลังงัดรถจักรยานยนต์อยู่ จึงชักอาวุธปืนยิงทันที จะเห็นได้ว่าภยันตรายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นภยันตรายที่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์เท่านั้น และตามเหตุการณ์ไม่จำเป็นถึงขนาดต้องใช้อาวุธปืนยิงคนร้ายทันที แต่สามารถระงับเหตุได้โดยวิธีอื่น เช่นทำเสียงดังๆ หรือตะโกนไล่ หรือแม้แต่ใช้อาวุธปืนนั้นยิงขึ้นฟ้า เพื่อระงับคนร้ายไม่ให้ทำการงัดรถต่อไป ดังนั้นหากเจ้าของบ้านยิงคนร้ายในช่วงนี้ ย่อมไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้ เพราะกระทำเกินกว่าเหตุที่เกิดขึ้น


    - แต่เมื่อข้อเท็จจริงตามข่าวปรากฎว่า คนร้ายกลับชักอาวุธมีดอีโต้ และวิ่งเข้ามาหาเจ้าของบ้านเพื่อทำร้าย  (เจ้าของบ้านคงลงมาพบและจ๊ะเอ๋กับคนร้ายพอดี) ย่อมถือว่า ภยันตรายจากมีดอีโต้ของคนร้ายที่จะเข้ามาฟันเรา นั้นเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแล้ว การที่เจ้าของบ้านยิงคนร้ายนั้น จะเกินกว่าเหตุหรือไม่ นั้นตามแนวคำพิพากษาฎีกามีจุดให้พิจารณาดังนี้

    ๑.ลักษณะ ขนาดอาวุธของคนร้ายกับของเรา ใหญ่หรือเล็ก เป็นอาวุธที่ร้ายแรง หรืออนุภาพพอๆกันหรือไม่ คนร้ายถืออาวุธเป็นไม้ท่อน ขนาดไม่ใหญ่มากนักวิ่งเข้ามา หรือคนร้ายมาตัวเปล่า เข้ามาจะชก หากเราชักอาวุธปืนยิงทันที ลองเทียบดูครับ ว่าเหมาะสมกันหรือไม่ แต่หากคนร้ายมีปืนแล้ว คงไม่ต้องสนแล้วละครับ ว่าต้องดูก่อนหรือไหมว่า ปืนของคนร้ายขึ้นลำหรือยัง อิอิ  เมื่อเห็นว่าคนร้ายมีปืน ก็ซัลโวได้เลยครับ

    ๒.ระยะห่างจากคนร้ายและตัวผู้กระทำการป้องกันห่างกันเท่าไหร่  คนร้ายยืนห่างเราถึง ๒๐ ก้าว ถืออาวุธไม้มาจะเข้ามาตี  เราสามารถหลบหลีกหรือกระทำด้วยวิธีอย่างอื่นเพื่อเป็นการป้องกันได้หรือไม่ เช่นยิงเตือน ก่อนได้หรือไม่
    แต่หากอยู่ในระยะประชิดแล้ว  ก็ไม่ว่ากันครับ

    ๓.พฤติการณ์ความร้ายแรง และการยั้บยั้ง เจอกันบ่อยๆครับ ยิงกี่นัดถึงจะไม่เกินสมควรแก่เหตุ เรื่องนี้คงต้องดูเป็นเรื่องๆไปครับ  เช่นคนร้ายโดนยิงแล้ว ๒ นัด ยังลุกขึ้นมาได้อีก (เหมือนหนังไทย) เราก็ยิงไปอีก ๒ นัด คนร้ายก็ลุกขึ้นมาอีก ก็ยิงไปเรื่อยๆครับ จนกว่าคนร้ายจะลุกไม่ได้ แต่ ในบางครั้ง เรายิงคนร้ายไปแล้ว ๑ นัด ปรากฏว่าคนร้ายล้มลงและไม่สามารถลุกได้อีก แต่เรากลับเดินมาจ่อยิงอีก ๒ นัด  จะเห็นๆได้ว่าเมื่อนัดแรกสามารถยั้บยั้งคนร้ายได้แล้ว การที่ไปยิงซ้ำอีก ๒ นัด  กระสุน ๒ นัดหลังจึงถือว่าเป็นกระสุน ๒ นัดที่ยิงเกินสมควรแก่เหตุ  เป็นต้น

              แต่อย่างไรก็ดี ที่เข้าใจกันผิดบ่อยๆก็คือ ตามข่าวจะออกมาเฉพาะด้านเดียว คือ ออกข่าวว่าเจ้าของบ้าน เจ้าของร้านทองใจเด็ด ยิงคนร้ายบ้าง ยิงโจรตายคาที่บ้าง ได้รับโล่บ้าง จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่า ยิงคนร้ายโดยอ้างว่าป้องกัน ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจริงๆไม่ถูกต้อง แม้ว่าเราจะยิงคนร้ายโดยอ้างป้องกันก็ตาม แต่การยิงคนร้ายถือว่าเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องดำเนินคดีกับเจ้าของร้าน ส่วนจะอ้างป้องกันได้หรือไม่นั้น จะต้องไปว่ากันในชั้นสืบพยานฝนศาล ซึ่งศาลจะเป็นผู้วินิจฉัยว่า การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่ เกินกว่าเหตุหรือไม่อีกครั้งหนึ่งครับ







    ออฟไลน์ UDA.

    • นายอำเภอ
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 2,886
    • เพศ: ชาย
    ขอบคุณครับ
    "บอกไปตามอารมณ์ผมขี้เมื่อย....สมองเอื่อยเฉื่อยช้ามาแต่ต้น
    ความจำเสื่อมเอื้อมครองสมองตน...ใยอย่าสนคนชอบเฉื่อยเมื่อยอารมณ์"

    บอย นครปฐม

    • บุคคลทั่วไป
    ขอบคุณน้าสิงห์ครับ

    sopon870

    • บุคคลทั่วไป
    แล้วถ้าเราเปิดไฟหรือไล่มันแล้วเกิดมันบ้าๆบอๆชักบีบีขึ้นมาขู่แล้วเรายิงสวนมันไปละครับ :ZX

    ออฟไลน์ UDA.

    • นายอำเภอ
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 2,886
    • เพศ: ชาย
    น้าบิ๊กครับ เมื่อไหร่ที่เราสามารถอ้างใช้ มาตรา 68 ได้ครับ
    "บอกไปตามอารมณ์ผมขี้เมื่อย....สมองเอื่อยเฉื่อยช้ามาแต่ต้น
    ความจำเสื่อมเอื้อมครองสมองตน...ใยอย่าสนคนชอบเฉื่อยเมื่อยอารมณ์"

    ออฟไลน์ ลุงทองปลิว

    • นายอำเภอ
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 2,967
    • 1ใน 4 จตุรเทพ เทพขี้ลืม
    ไม่รู้จะอธิบายยังไง กฏหมายเขาขีดเส้นไว้แล้วว่าต้องเท่านั้นถึงจะพอดี ต้องเท่านี้ถึงจะถูกต้อง
    แต่หลักความเป็นจริงแล้ว ใครที่เคยบู๊กันมาจะรู้ว่าไม่มีทางที่นัดเดียวจะเอาอยู่
    ต่อให้ใช้ .45 ก็ยังต้องแถมอีกสอง-สามนัด

    เอาเป็นว่าผมไม่มีความเห็นครับ  :F
    ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน  ไม่ได้หมายความว่าไม่รักบ้านนะครับ   :TY

    sopon870

    • บุคคลทั่วไป
     แล้วถ้าเดินไปไล่แล้วพวกชักปืนใส่ เราเลยสวนโป้งไปนัดนึง เสร็จมะก้องด้องคาที่ พอตำรวจมา ไอ้ปืนที่มันขู่เราเป็นบีบีกันซะนี่ แล้วยังงี้จะทำไงล่ะครับ ชักออกมาก็เห็นๆอยู่ว่าปืน แล้วดันกลายเป็นของเล่น แล้วไอ้ปืนสมัยนี้เหมือนของจริงยังกะแกะ  จะดูก่อนก็ไม่ได้   เกิดเป็นของจริงขึ้นมาเราก็เสร็จเหมือนกัน :DD

    ออฟไลน์ นายสิงห์กลิ้ง

    • ปลัดอาวุโส
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 1,773
    • เพศ: ชาย
    • เหนือกว่ากฎหมายยังมีกฎแห่งกรรม
    แล้วถ้าเดินไปไล่แล้วพวกชักปืนใส่ เราเลยสวนโป้งไปนัดนึง เสร็จมะก้องด้องคาที่ พอตำรวจมา ไอ้ปืนที่มันขู่เราเป็นบีบีกันซะนี่ แล้วยังงี้จะทำไงล่ะครับ ชักออกมาก็เห็นๆอยู่ว่าปืน แล้วดันกลายเป็นของเล่น แล้วไอ้ปืนสมัยนี้เหมือนของจริงยังกะแกะ  จะดูก่อนก็ไม่ได้   เกิดเป็นของจริงขึ้นมาเราก็เสร็จเหมือนกัน :DD

       กรณีที่คนร้ายชักอาวุธปืนเล็งมาที่เรา  ตามกฏหมายถือว่าเป็นภยันตรายอันใกล้จะถึง ซึ่งเราสามารถป้องกันตัวจากภยันตรายดังกล่าวได้ทันทีครับ ดังนั้นการที่เราชักอาวุธปืนยิงสวนไปจนคนร้ายถึงแก่ความตาย จึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมาย ตามมาตรา ๖๘
       แต่พอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุและพบว่า อาวุธของคนร้ายเป็นเพียงปืนปลอมเท่านั้น แล้วจะอ้างเหตุป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายได้หรือไม่

        ในเรื่องนี้ มาตรา ๖๒ แห่งประมวลกฏหมายอาญาบัญญัติว่า "ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด หรือ หรือทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับการยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณี.."

      - คำว่าข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริง หมายถึงเหตุการณ์ใดๆหรือสิ่งใดๆที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำของเราไม่เป็นความผิด แต่ปรากฏว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นไม่มีอยู่จริง แต่เราสำคัญผิดว่าข้อเท็จจริงอันจะอ้างเหตุป้องกันได้นั้นมีอยู่จริง กฏหมายก็ยังถือว่าผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับการยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณีอยู่ดีครับ

        กล่าวคือตามที่น้าโสว่ามา กรณีเราเห็นคนร้ายถือปืนอยู่เล็งมาที่เรา ต้องถือว่ามีภยันตรายอันใกล้จะถึงแล้ว เพราะการที่คนร้ายถืออาวุธปืนเล็งมาที่เรา การที่เรายิงไปย่อมถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายแล้วครับ

          แม้ต่อมาปรากฏว่าปืนที่คนร้ายถือมาจะเป็นปืนปลอมก็ตาม แต่สถานการณ์ดังกล่าวย่อมเป็นที่เข้าใจว่าคนร้ายน่าจะถือปืนจริงมา จึงถือว่าเราสำคัญผิดว่าปืนที่คนร้ายถือมาเป็นปืนจริง แต่แท้จริงแล้วเป็นปืนปลอม

         ดังนั้นการที่คนร้ายถือปืนเล็งมาที่เรา และปืนโดยทั่วไปแล้วเป็นอาวุธอันตราย จึงถือว่าการกระทำของคนร้ายดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทำให้เราสามารถอ้างเหตุป้องกันได้ แต่มันไม่มีอยู่จริง เพราะปืนปลอมไม่สามารถก่อภยันตรายใดๆกับเราได้ แต่เราสำคัญผิดคิดว่าปืนดังกล่าวเป็นปืนจริง  การที่เราใช้ปืนเรายิงคนร้ายเพราะเข้าใจว่าคนร้ายจะยิงเรานั้น แม้เป็นปืนปลอมก็ตาม ก็ยังถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายอยู่ดีครับ

    sopon870

    • บุคคลทั่วไป
    ชัดเจนครับน้าสิงห์ ขอบคุณที่ให้ความกระจ่างครับ wii น้าสิงห์น่ารักจัง :<KJGF :<KJGF

    Choro

    • บุคคลทั่วไป
    Re: เศรษฐีบ้านเช่ายิง2โจรแก๊งลักจยย.ดับ1สาหัส1ขณะงัดจยย
    « ตอบกลับ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2009, 19:47:49 19:47 »
  • Publish
  •  miiw  กระจ่างเลยครับน้าสิงห์

    ออฟไลน์ นายสิงห์กลิ้ง

    • ปลัดอาวุโส
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 1,773
    • เพศ: ชาย
    • เหนือกว่ากฎหมายยังมีกฎแห่งกรรม
    แก๊งปาหิน กับการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
    « ตอบกลับ #14 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2009, 00:44:05 00:44 »
  • Publish
  •              กรณีคนร้ายที่ปาหินใส่รถนั้น ถือว่าคนร้ายนั้น ย่อมเล็งเห็นถึงผลของการขว้างหินใส่รถยนต์ที่กำลังวิ่งมาบนท้องถนนได้ว่ารถ ยนต์นั้นอาจเกิดการเสียหลัก และคนที่โดยสารมากับรถยนต์คันดังกล่าวอาจถึงแก่ความตายได้ จึงถือว่าผู้นั้นเจตนาฆ่าคนที่โดยสารมาในรถตามกฏหมาย
     
                แต่เราสามารถยิงคนที่ปาหินได้หรือไม่ ?????

                ปัญหาของเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงมักปรากฏว่าพวกแก๊งปาหิน เมื่อปาหินใส่เราแล้ว มักจะหนีทันที ไม่กลับมาขว้างซ้ำ จึงไม่มีโอกาสที่จะใช้อาวุธปืนกับคนร้ายได้ครับ 

                 แต่ถ้าปรากฏว่า ขณะที่เราขับรถแล้วคนปาหินใส่ แต่เราสามารถควบคุมรถได้และลงจอด ออกจากรถพร้อมปืนคู่ใจ
                 การยิงนั้นจะเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อเท้จจริงนี้ครับ 

               ๑. ถ้าคนร้ายยังคงหยิบหิน วิ่งเข้ามาปาอีก หรือกรูกันเข้ามาโดยประสงค์ที่จะทำร้ายร่างกายหรือประสงค์ต่อทรัพย์ ถือว่ามีเหตุภยันตรายอันละเมิดต่อกฏหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง เข้าหลักกฎหมายในเรื่องการป้องกันแน่นอนครับ แต่...แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะถือว่ามีเหตุอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินตามกฏหมายแล้วก็ตาม แต่หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าคนร้ายที่เข้ามานั้น มีเพียงมือเปล่าหรือถือหินอย่างเดียวเข้ามา โดยไม่ปรากฏว่าคนร้ายมีอาวุธอื่น เช่นมีดขนาดยาว หรืออาวุธปืน ท่อนไม้ขนาดใหญ่มาด้วย และเราเองมีเวลาเพียงพอที่จะใช้วิธีการอื่นปรามไว้ก่อน เช่น ยิงขู่ก่อนได้ แต่ไม่ใช้  แต่เรากลับใช้อาวุธปืนยิงสวนไปทันทีโดยไม่ใช้วิธีอื่นก่อนในการปรามกลุ่มคนร้ายไม่ให้เข้ามาประชิดตัวเรา ในข้อนี้ส่วนตัวผมเชื่อว่าเป็นการป้องกันแต่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุครับ

              ๒. ถ้าคนร้ายยังคงวิ่งหนีไปโดยไม่กลับมาปาหินหรือเจตนาเข้ามาปล้น ทำร้ายเรา  แต่เรากลับใช้อาวุธปืนยิงใส่คนร้ายตามหลังทันที ในกรณี แม้คนร้ายคนนั้น จะเป็นผู้ใช้หินปาเราจนทำให้เราเกือบเสียหลักลงข้างทางก็ตาม แต่การที่เขาวิ่งหนีเราไปแล้ว ถือว่าเหตุร้าย ภยันตรายดังกล่าวได้ผ่านพ้นไปแล้ว  จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่เราสามารถที่จะอ้างว่า การยิงคนร้ายของเรานั้น เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้ครับ และในกรณีนี้ ไม่ใช่เรื่องกระทำเกินกว่าเหตุด้วยนะครับ แต่เรื่องนี้เราไม่สามารถอ้างได้เลยว่าการยิงคนร้ายของเราเป็นการป้องกัน ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถอ้างเหตุป้องกันได้แล้ว เราจึงต้องรับผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาครับ

                 แต่.....แม้ในกรณีนี้ เราไม่สามารถอ้างเหตุป้องกันได้ตามกฎหมายก็ตาม แต่การที่คนร้ายใช้หินปารถเราจนเกือบทำให้เราเสียหลัก จนเกือบได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือสามารถเสียชีวิต และรถเราได้รับความเสียหาย ถือว่าเราถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ตามมาตรา ๗๒ ของกฎหมายอาญาแล้วครับ เมื่อเราใช้อาวุธปืนยิงคนร้ายในทันทีที่ประสบเหตุ การกระทำของเราจึงเป็นการยิงคนร้ายเพราะเหตุบันดาลโทสะครับ

                  ในกรณีนี้ ศาลจะลงโทษเราน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดสำหรับความผิดนั้นเท่าไหรเพียงใดก็ได้ครับ   fr#A fr#A

     


    Facebook Comments