ผู้เขียน หัวข้อ: วิเคราะห์ปัญหาเรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมาย  (อ่าน 12251 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ห ม า ย จั น ท ร์

  • นักกล้าม
  • ***
  • กระทู้: 131
  • เพศ: ชาย
Re: แก๊งปาหิน กับการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2009, 07:20:27 07:20 »
  • Publish
  • จะเป็น คนดี อยู่ภายใต้กฎหมายนี่ ยากจังเลยครับ

    ตัดสินใจผิดนิดนึงก็  kkkk  แน่ ๆ  ขอบคุณพี่สิงห์ ครับ <VI >

    ออฟไลน์ อาเอ๋_KOC

    • ปลัดอาวุโส
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 4,483
    Re: แก๊งปาหิน กับการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
    « ตอบกลับ #16 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2009, 18:55:51 18:55 »
  • Publish
  • กลัวจะไม่ทันได้ยิงนะซิ    )@< )@<
    You can’t control the wind but you can adjust your sails

    sopon870

    • บุคคลทั่วไป
    Re: แก๊งปาหิน กับการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
    « ตอบกลับ #17 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2009, 22:08:41 22:08 »
  • Publish
  •  <L:< <L:< <L:<

    ออฟไลน์ แป๊ะจีพุง...

    • นักกล้าม
    • ***
    • กระทู้: 116
    • หลวงปู่เเย้ม วัดตะเคียน
    Re: แก๊งปาหิน กับการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
    « ตอบกลับ #18 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 08:29:19 08:29 »
  • Publish
  • ยิงเเล้วหนี ครับน้าสิงห์ :T:" :T:" :T:"
      :N...หนังกะติ๊กคลับ

    ออฟไลน์ Nai_Ton_Ngew

    • วัยรุ่น
    • **
    • กระทู้: 61
    • เพศ: ชาย
    Re: แก๊งปาหิน กับการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
    « ตอบกลับ #19 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 14:27:13 14:27 »
  • Publish
  • ยิงเเล้วหนี ครับน้าสิงห์ :T:" :T:" :T:"

    ไม่เหมาะสำหรับคนมี ป.12 ครับ ผมเลยไม่คิดฝันที่จะมีด้วยประการฉะนี้ครับ
    พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

    ออฟไลน์ นายสิงห์กลิ้ง

    • ปลัดอาวุโส
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 1,773
    • เพศ: ชาย
    • เหนือกว่ากฎหมายยังมีกฎแห่งกรรม
    เมื่อมีเหตุภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมาย และภยันตรายนั้นใกล้จะถึงก็ตาม
    แต่ผู้ที่จะใช้สิทธิป้องกัน ก็ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องหลีกเลี่ยงหรือหนีภยันตรายดังกล่าว

    เพียงแต่ผู้ที่จะใช้สิทธิป้องกัน จะต้องไม่สมัครใจที่จะเข้าไปร่วมเสี่ยงภัยจากเหตุร้ายๆที่ใกล้จะถึงนั้นด้วยครับ

    ผู้ตายได้เดินไปยืนตะโกนเรียกจำเลย ท้าให้มาชกต่อยกัน บริเวณหน้าบ้านของจำเลย
    จำเลยจึงได้พกอาวุธปืนของตน แล้วมายื่นอยู่บริเวณหน้าบ้าน และไล่ผู้ตายให้กลับบ้านไป ผู้ตายจึงใช้ขวดเบียร์เปล่าปาใส่จำเลยแต่ไม่โดน

    แม้ปรากฏข้อเท็จจริงในคดีว่า จำเลยมีโอกาสที่จะหลีกเลี่ยง โดยไม่ลงมาพบผู้ตายตามคำท้า โดยอยู่ภายในบ้านหรือเดินหนีไปที่อื่นได้ก็ตาม
    แต่จำเลยก็ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องหนีหรือหลีกเลี่ยงผู้ตาย เมื่อปรากฏว่าภายหลังผู้ตายใช้ขวดเบียร์ปาใส่จำเลยแล้ว ผู้ตายกลับชักอาวุธมีดและเดินเข้ามาหาจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนที่ตนพกมาด้วย ยิงผู้ตายไป ๑ นัดนั้น

    การที่ผู้ตายจะใช้มีดแทงจำเลยถือได้ว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย จำเลยย่อมมีสิทธิป้องกันตัวตามกฎหมาย

    แต่การที่จำเลยมีอาวุธปืนที่ร้ายแรงกว่า และผู้ตายอยู่ห่างจากจำเลย จำเลยมีเวลาที่จะเลือกยิงร่างกายส่วนที่สำคัญน้อยหรือเป็นอันตรายน้อย เพียงเพื่อยับยั้งผู้ตายมิให้เข้ามาใช้มีดแทง แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนเล็งยิงไปที่ใบหน้า ดังนี้ จึงเป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีที่จำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป.อ. มาตรา ๖๙

    ----------------

    ทีนี้หากลองเปลี่ยนข้อเท็จจริงว่าขณะที่ผู้ตายมาตะโกนเรียกจำเลย จำเลยจึงพกอาวุธปืนติดตัวลงไปด้วย เมื่อลงไปถึงก็ได้เข้าไปชกต่อยกับผู้ตายทันที  ผู้ตายจึงชักอาวุธมีดจะจ้วงแทงจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนที่พกมาด้วยยิงใส่ผู้ตาย

    จะเห็นได้ว่าการที่จำเลยลงไปพบผู้ตายและเข้าไปชกต่อยกับผู้ตาย เป็นการเข้าสมัครใจวิวาทกับผู้ตาย แม้ต่อมาผู้ตายจะชักอาวุธมีดจะจ้วงจะแทงจำเลยก็ตาม แต่เมื่อจำเลยสมัครใจเข้าวิวาทกับผู้ตายแล้ว จึงไม่มีสิทธิอ้างว่าการใช้ปืนยิงผู้ตาย เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นการกระทำของจำเลยจึงไม่ถือว่าเป็นการป้องกันตามมาตรา ๖๘ เลยครับ รับโทษเต็มๆ

    แต่อย่างไรก็ดี หากสามารถหลบหลีกได้ ก็หลีกครับ นอกจากจะทำให้ไม่ต้องเสียเวลามาต่อสู้คดีแล้ว หากเลี่ยงแล้วภยันตรายยังตามมาอีก ก็จะเป็นข้อสนับสนุนว่าเราไม่มีเจตนาที่จะเข้าไปวิวาทกับผู้ตาย และสามารถอ้างว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้เต็มที่ด้วย

    เพราะการพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในศาลให้ตรงกับแนวฎีกา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ จะต้องมีองค์ประกอบหลายๆอย่างประกอบกันไม่ว่าพยานผู้เห็นเหตุการณ์ และความมีอยู่จริงของหลักฐานๆต่างไม่ว่าเป็นอาวุธของผู้ตาย สภาพที่เกิดเหตุ ฯลฯ

    หากหลีกได้เพื่อไม่ต้องยุ่งยาก ก็เลี่ยงดีกว่า แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จงใช้สิทธิป้องกันครับ แต่เอาให้พอดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยนะครับ

    ออฟไลน์ นายสิงห์กลิ้ง

    • ปลัดอาวุโส
    • จอมยุทธ
    • *****
    • กระทู้: 1,773
    • เพศ: ชาย
    • เหนือกว่ากฎหมายยังมีกฎแห่งกรรม
    จะเป็น คนดี อยู่ภายใต้กฎหมายนี่ ยากจังเลยครับ

    ตัดสินใจผิดนิดนึงก็  kkkk  แน่ ๆ  ขอบคุณพี่สิงห์ ครับ <VI >


    ถ้าดูตามหลักโดยผิวเผินแล้ว อาจจะมองดูว่าการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของสุจริตชน ช่างลำบากจัง  

    แต่เหตุผลตามหลักกฎหมายและคำพิพากษาของศาล ที่ศาลจะพิพากษาให้บุคคลใด ที่ใช้อาวุธปืนยิงบุคคลใดบุคคลหนึ่งจนถึงแก่ความตายโดยเจตนา โดยที่ผู้ใช้อาวุธปืนยิงนั้น ไม่มีความผิดอาญาใดๆติดตัวเลย แถมส่งผลไปยังบิดา มารดา บุตร ภรรยา ของผู้ตาย ไม่สามารถที่จะเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าขาดอุปการะ ค่าปลงศพใดๆ ในทางแพ่งกับผู้ยิงได้เพราะถือว่าเป็นการป้องกันโดบชอบด้วยกฏหมาย ก็ควรที่จะมีหลักเกณฑ์ในการใช้สิทธิป้องกันที่เคร่งครัดและรอบคอบพอสมควร

    มิฉะนั้นแล้ว หากมีการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ไม่ร้ายแรงหรือไม่น่าที่จะถึงขั้นต้องใช้อาวุธปืน เช่นคนเดินผ่านหน้าบ้าน เข้าใจว่าเป็นขโมยก็ยิง วัยรุ่นเดินเข้ามาหาคนเดียวโดยไม่มีอาวุธก็ยิงไว้ก่อนโดยไม่รู้ว่าเขาจะเข้ามาถามทางหรือเอาเรื่อง เด็กๆอยากกินมะม่วง จึงแอบสอยเรามาเห็นพอดีก็ยิง โจรขโมยของเรา เราเห็นก็เปิดไฟ คนร้ายตกใจจึงวิ่งหนี เราก็ยิงไส่ไปหมดแม๊ก ฯลฯ โดยกฎหมายและศาลกำหนดตายตัวว่า ไม่ว่าจะมีการละเมิดต่อกฎหมายมากน้อยเพียงใด ร้ายแรงหรือไม่ หรือแม้แต่การละเมิดแม้เพียงนิดเดียว ผู้ยิงสามารถใช้สิทธิป้องกันได้โดยใช้อาวุธปืนยิงคนร้าย ผู้มาละเมิดได้ทันที โดยถือว่าไม่มีความผิดทุกกรณี และถือว่าเป็นเรื่องที่พอสมควรแก่เหตุทุกกรณี

     ผมว่างานนี้ คงจะต้องเตรียมเงินค่าธรรมบุญงานศพไว้มากๆ เพราะงานนี้คงอ้างว่าป้องกันแล้วยิงกันเป็นว่าเล่นละครับ

    ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลของกฎหมายและศาล จึงต้องวางกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดพอสมควร ว่าอย่างใดเป็นป้องกัน อย่างใดพอสมควรแก่เหตุ หรืออย่างใดเกินกว่าเหตุไว้ เพื่อมิให้ใช้สิทธิป้องกันได้อย่างว่าเล่น

    ในมุมมองผม การที่กฎหมายและศาลวางหลักว่า  อย่างไรถึงจะมีภยันตรายอันใกล้จะถึง อย่างไรถือว่าร้ายแรงพอสมควรแก่เหตุที่สามารถใช้อาวุธปืน หรืออย่างไรที่สมควรงดใช้อาวุธปืนก่อนนอกจากคนร้ายยังคงมุ่งประสงค์ต่อชีวิตจึงใช้ได้ หรือเหตุการณ์แบบใด จึงสามารถใช้อาวุธปืนยิงได้ ก็เพราะต้องการคุ้มครองสุจริตชน และเป็นการคุ้มครองประชาชนทั่วไป ไม่ให้โดนใช้สิทธิป้องกันอย่างพร่ำเพรือเช่นกัน

    ดังนั้น กฎหมายจึงได้บอกให้เรา ผู้จะใช้สิทธิป้องกัน ให้ระมัดระวัง รอจังหวะสักนิด หากว่ายังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ปืน ก็ไม่ควรใช้ปืนก่อน ใช้อย่างอื่นก่อนได้ไหม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ใช้สิทธิเลย เช่นหากมีพฤติการณ์ร้ายแรง หากมัวรอ อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตร่างกายแน่ๆ หลักกฎหมายและศาลก็เปิดโอกาสให้ตอบโต้ได้ทันทีเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อให้เราในฐานะผู้เสียหาย ยังคงมีฐานะผู้เสียหายที่แท้จริงตามกฎหมายนั้นเอง

    เพราะหากคนที่กล่าวว่าตนเองเป็นผู้เสียหายและเป็นสุจริตชน แต่พอมีอะไรนิดอะไรหน่อย มุ่งจะยิงคนอื่นหรือมุ่งที่จะเข้าประหัตประหารอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ทั้งฝ่ายตนเอง และฝ่ายที่ถูกยิงเสียชีวิต

    ดังนี้แล้วคงจะเรียกว่าสุจริตชน ก็ไม่เต็มปากนัก  fr#A

     


    Facebook Comments