ผู้เขียน หัวข้อ: ความรักที่ผมอยากเล่า  (อ่าน 682 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ UDA.

  • นายอำเภอ
  • จอมยุทธ
  • *****
  • กระทู้: 2,886
  • เพศ: ชาย
ความรักที่ผมอยากเล่า
« เมื่อ: มกราคม 18, 2015, 18:37:55 18:37 »
ขอย้อนไปก่อนหน้านี้สัก เกือบสิบปี ผมได้รู้จักชายหนุ่มคนหนึ่ง จากการแนะนำผ่านจากเพื่อนอีกคน
/>เท่าที่ทราบ เขาชื่อต้น เคยเป็นโรคหัวใจ ผ่าตัดแล้ว อาการดีขึ้น
/>หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เจอเขาอีก
/>ต่อมาพบกันอีกทีใน FB และได้ติดตามเรื่องราวต่าง ที่ผ่านมาในชีวิตของเขา
/>ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว
/>เลยรู้เพิ่มอีกนิดว่าเขาเป็นช่างภาพอิสระ ดูชีวิตก็ไม่น่าจะมีอะไรให้สนใจมากนักนอกเหนือจากฝีมือการถ่ายภาพของเขา
/>ที่ประสานองค์ประกอบ รวมเทคนิคต่าง ให้ภาพหนึ่งภาพ สื่อได้ถึงหลากหลายอารมณ์
/>เมื่อคืนส่งท้ายปีเก่า ที่ผ่านมา ก็มีเรื่องทำให้หัวใจผมเต้นเร็วอีกครั้ง
/>ทราบข่าวว่า คุณพ่อของคุณต้น ซึ่งเดิมทีไม่สบายอยู่แล้ว "ท่านหยุดหายใจ" และนี่คือ ส่วนหนึ่งจาก FB คุณต้น
/>
/>"เป็นกำลังใจให้ผมและครอบครัวด้วยนะครับ
/>
/>คุณพ่อผมหัวใจหยุดเต้น และกำลังกู้ชีพอยู่ครับ
/>
/> อัพเดท: หัวใจคุณพ่อกลับมาเต้นแล้วครับ และทีมแพทย์พยาบาลกำลังดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดครับ"
/>
/>"หัวใจกลับมาเต้นแล้วครับ แต่การรักษาในขั้นตอนต่อไปมีความเสี่ยงสูงตลอดเวลาครับ คุณพ่ออาจจะไปได้ทุกเมื่อ
/>
/> ขอกำลังใจให้ครอบครัวเราด้วยครับ"
/>
/>"
/>ขอขอบคุณบุคลากรทุกๆ ท่านของโรงพยาบาลพระราม 9 จากใจของผมครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่พวกท่านช่วยยื้อชีวิตของคุณพ่อของผมไว้
/>
/>ในช่วงเวลาที่ผมและน้องสาวยืนอยู่หน้าห้อง CCU และได้ยินเสียงพยาบาลตะโกนว่า "โค้ดบลู โค้ดบลู" มันคือช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของครอบครัวเรา ภาพของแพทย์และพยาบาลนับสิบคนพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ วิ่งเข้าไปล้อมเตียงคุณพ่อ ภาพของบรุษพยาบาลที่คร่อมตัวคุณพ่อและทำ CPR คือภาพที่ทำร้ายจิตใจของพวกเราอย่างที่สุด
/>
/>แต่เมื่อหัวใจของคุณพ่อกลับมาเต้นอีกครั้ง ภาพการทำงานของพวกคุณคือภาพที่สวยงามที่สุดที่ผมเคยเห็นมาในชีวิต
/>
/>
/>ขอบพระคุณทุกๆ ท่านครับ"
/>
/>"
/>ปัญหาของคุณพ่อตอนนี้คือภาวะโปแตสเซียมเกิน ซึ่งสาเหตุเกิดจากความดันเลือดต่ำทำให้ไตวายฉับพลัน เมื่อโปแตสเซียมสูงขึ้นเพราะไตไม่ทำงานทำให้เกิดภาวะหัวใจวายตามมา
/>
/>โชคดีตอนที่เกิดหัวใจวายพ่ออยู่ในห้อง CCU แล้ว จึงมีทั้งบุคคลากรและเครื่องมือที่สามารถกู้ชีพได้ทันท่วงที แต่ปริมาณโปแตสเซียมในเลือดก็ยังคงสูงและเป็นอันตรายอยู่ จึงจำเป็นต้องทำการฟอกเลือดโดยเปิดเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขา ซึ่งหลังจากทำการฟอกเลือดไปได้ไม่นานก็มีภาวะเลือดออกบริเวณที่ต้นขาเพราะฤทธิ์ของยาละลายลิ่มเลือดที่พอต้องทานอยู่ประจำ ทำให้ไม่สามารถใช้เส้นเลือดเดิมต่อไปได้ ต้องหยุดการฟอกเลือด และปริมาณโปแตสเซียมที่ลดลงมาบ้างก็ยังสูงอยู่และอาจทำให้เกิดหัวใจวายได้อีก
/>
/>
/>แพทย์จึงต้องให้พลาสม่าเพื่อลดฤทธิ์ของยาละลายลิ่มเลือดและหาเส้นเลือดใหม่เพื่อทำการฟอกเลือดต่อ แต่จากการทำอุลตร้าซาวด์ที่ต้นขาอีกข้างไม่สามารถหาเส้นเลือดที่ดีพอได้ จึงต้องตัดสินใจไปเปิดเส้นที่คอแทน ซึ่งจะมีความเสี่ยงคือการสอดสายใกล้หัวใจอาจไปโดนสายของเครื่องกระตุ้นหัวใจซีอาร์ทีดีที่ฝังไว้ และยังมีความเสี่ยงกับภาวะเลือดออกอีก ซึ่งการให้พลาสม่าเพื่อลดฤทธิ์ยาละลายลิ่มเลือดเอง ก็มีผลเสี่ยงหากเกิดลิ่มเลือดอุดตันเช่นกัน แต่เพราะภาวะโปแตสเซียมเกินจะทำให้หัวใจวายได้อีก จึงไม่มีทางเลือกใดๆ นอกจากทำการฟอกเลือด"
/>
/>"ไม่มีของขวัญปีใหม่ใดๆ ดีไปกว่าการที่คุณพ่ออาการดีขึ้น และตอบสนองกับการรักษาได้ดี
/>
/> พ่อชูสองนิ้วด้วยครับ"
/>
/>"วันนี้ค่าโปแตสเซียมในเลือดลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจแล้วครับ วันนี้ไม่ต้องฟอกเลือดแล้ว พรุ่งนี้เจาะเลือดดูใหม่ วันนี้พ่อคงสบายตัวขึ้นบ้าง สู้ สู้ ครับพ่อ"
/>
/>"วันนี้ไม่มีปัญหาเรื่องโปแตสเซียมแล้ว แต่ยังใช้เครื่องฟอกเลือดอยู่เพื่อเอาน้ำเกินออก (มีภาวะน้ำเกิน เนื่องจากการทำงานของหัวใจไม่ดี และมีการให้ยาต่างๆ เยอะ) นอกจากนี้ก็ต้องติดตามดูการฟื้นตัวของตับและไตที่มีปัญหาเนื่องจากหัวใจหยุดเต้นด้วย ว่าสามารถฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน และที่สำคัญที่สุดคือตัวหัวใจเองที่ยังต้องใช้ยากระตุ้นและเครื่องกระตุ้นหัวใจที่ฝังไว้ก็ยังต้องทำงานกระตุ้นหัวใจตลอด
/>
/> โดยรวมแล้วอาการดีขึ้นวันละนิดแต่ยังไม่น่าไว้วางใจ และพ่อคงยังต้องอยู่ในห้อง CCU อีกนานพอสมควร"
/>
/>"เอาท่อออกซิเจนที่สอดไว้ออกแล้ว คุยใหญ่เลย คุย คุย คุย จนหมอต้องกำชับสั่งห้ามเพราะเพิ่งเอาท่อออก คุยเยอะกล่องเสียงจะบวม
/>
/> ห้ามคุยนะพ่อ พักก่อน"
/>
/>"พ่อพูดว่า "ที่มันแย่ที่สุดคือเป็น ภาระ"
/>
/>พ่อครับ แล้วที่ฝนกับต้นโตมาได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อจะมีวันนี้ได้ยังไง
/>
/>T_____T"
/>
/>"หลังจากพ่อฟอกเลือดเสร็จ ก็ได้ป้อนข้าว(อาหารเหลว)ให้พ่อ ถึงแม้จะทำหนวดพ่อเลอะเทอะ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดี"
/>
/>"พ่อนอนกุมมือฝนอยู่ดีๆ ก็พูดว่า
/>
/>"ต้น!!! ถ้ามีเวลาก็มาหาพ่อบ่อยๆ นะ""
/>
/>"แต่ก่อนเวลาอยากนอนหรือกลัวพ่อจะจับมือแต่เดี๋ยวนี้มาอีกขั้นต้องจับหัวถึงจะนอน555(ปวดคอไปหมดแต่ยอม)"
/>
/>""จะกลับแล้วปลุกพ่อบอกพ่อด้วยนะ อย่าหายไปเลย พ่อเหงา"
/>
/>พ่อบอกฝนกับต้นแทบทุกวัน smile emoticon
/>
/>หมายเหตุ: ทุกวันนี้ตั้งแต่หัวใจวายก่อนปีใหม่ พ่อยังคงนอนพักรักษาตัวในห้อง CCU ซึ่งไม่อนุญาตให้นอนเฝ้าได้"
/>
/>"วันนี้บำรุงเต็มที่ ทั้งฟอกเลือด ทั้งอัดยา เต็มที่ไปเล้ยยยยย"
/>
/>"
/>น้องนักศึกษาคนหนึ่งโทรเข้ามาหาผม แล้วถามว่า
/>"อาจารย์ไสยาสน์ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์รึเปล่าคะ โทรติดต่อไม่ได้เลย"
/>
/>ผมก็เลยบอกไปว่า
/>"ช่วงนี้คุณพ่อปิดเครื่องโทรศัพท์ครับงดติดต่อ เพราะพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลครับ"
/>
/>
/> น้องนักศึกษาก็เลยถามไถ่ถึงอาการคุณพ่อ และพูดต่อว่า "พอดีวันนี้เป็นวันครู หนูเลยโทรหาอาจารย์ค่ะ"
/>
/>มานั่งนึกดูมีหลายคนเรียกคุณพ่อของผมว่าอาจารย์ ทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้มีอาชีพเป็นครูสอนหนังสือ แต่หากมีโอกาสสุขภาพร่างกายแข็งแรงคุณพ่อชอบไปให้ความรู้งานช่างไม้ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ และยินดีรับนักศึกษาและบุคคลที่สนใจ มาฝึกงานที่ Saiyart workshop อยู่เสมอๆ
/>
/>จริงๆ ด้วยคุณพ่อของผมท่านเป็นครู ครูที่คนหลายๆ คนพร้อมใจกันเรียกว่าอาจารย์ไสยาสน์ ครูที่ไม่ได้ทำอาชีพสอนหนังสือ ครูที่ไม่ได้เป็นครูเพราะเอาคำว่าอาจารย์ คำว่าครูมานำหน้าชื่อตนเองให้คนเรียกกัน
/>
/>ท่านเป็นครูเพราะตัวตนที่ท่านเป็น "
/>
/>"
/>ถ้าเทียบระยะเวลาการเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลอนุญาต ฝนจะอยู่เฝ้าพ่อถึง 90% ส่วนผมอาจจะสัก 62.743%
/>
/>คนที่ไม่รู้อาจจะคิดว่าการอยู่เฝ้าคนป่วยนั้นสบายไม่ต้องเหนื่อยอะไร ถ้าพูดถึงกำลังกายก็จริงอยู่ไม่ต้องเหนื่อยกายมาก นั่งๆ นอนๆ เฝ้าคนป่วยไป
/>
/>แต่สำหรับกำลังใจมันคนละเรื่องเลย การที่ต้องเห็นคนที่เรารักเจ็บปวดทรมานแล้วเราไม่สามารถแบ่งปันความเจ็บปวดนั้นได้ จะร้องไห้ให้คนป่วยเห็นแล้วเสียกำลังใจก็ไม่ได้ มันใช้พลังงานจิตใจมากมายจริงๆ
/>
/>
/> หลายครั้งที่ผมต้องทำตัวเหมือนไม่มีจิตใจเพื่อให้เข้มแข็ง หลายครั้งที่ฝนต้องแอบร้องไห้ในใจเพราะกลัวพ่อเห็น ฝนเล่าให้ฟังว่าต้องหมดกำลังจิตใจในแต่ละวันมากมาย พอกลับบ้านก็หลับเป็นตายเหนื่อยซะยิ่งกว่าเหนื่อยกายมากมายหลายเท่า"
/>
/>"ไม่มีหรอกการไม่จากลา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แม้ว่าจะเป็นคนที่เรารักที่สุดก็ตาม
/>
/> เวลาเดินไปข้างหน้า คือการนับถอยหลังสู่การจากลา และเมื่อมันใกล้เข้ามา มันหลีกเลี่ยงไปไม่ได้เลย"
/>
/>อ่านถึงตรงนี้ แล้วเห็นหรือรู้สึกอะไรไหมครับ
/>ส่วนตัวผมเห็นกำลังใจที่เกิดขึ้นระหว่างคนป่วยกับคนเฝ้า ต่างคน ต่างเติมให้กันและกัน
/>ผมไม่ได้หมายถึงเฉพาะความเป็นพ่อลูก หรือเครือญาติ เท่านั้น กำลังใจเราสามารถให้กับใครก็ได้ทั้งๆที่เขาคนนั้นไม่ใช่ญาติเรา
/>
/>และนี่คือสเตตัสล่าสุดของคุณต้น
/>

/>"โทรหาผู้ใหญ่ โทรหาคนที่รักนับถือพ่อ ทีละคน ทีละคน
/>
/> แจ้งข่าวที่ไม่มีใครอยากได้ยินให้ทุกคนฟัง ทีละคน ทีละคน"
/>
/>ผมหวังว่า พรุ่งนี้ อะไร จะดีขึ้น ถึงคนทั้งโลกจะรักกันไม่ได้ หวังแค่เกลียดกันน้อยลงแค่นั้นพอ
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
/>
"บอกไปตามอารมณ์ผมขี้เมื่อย....สมองเอื่อยเฉื่อยช้ามาแต่ต้น
/>ความจำเสื่อมเอื้อมครองสมองตน...ใยอย่าสนคนชอบเฉื่อยเมื่อยอารมณ์"

ออฟไลน์ แม็กซ์...แชมป์ว่าว

  • นายอำเภอ
  • จอมยุทธ
  • *****
  • กระทู้: 5,249
  • เพศ: ชาย
    • http://www.facebook.com/PanuMax
Re: ความรักที่ผมอยากเล่า
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 19, 2015, 00:20:42 00:20 »
โมเม้นนี้ ผมพูดอะไรไม่ออกเช่นกันครับ
ใจเท่านั้นที่แลกใจได้...

 


Facebook Comments