สัพเพเหระ > " เจ้าบทเจ้ากลอน....นักคิดนักเขียน"

ชาวนาวันหยุด

<< < (2/2)

แม็กซ์...แชมป์ว่าว:
เป้าหมายในการศึกษาและลงปฏิบัติ "ชาวนาวันหยุด" ร่วมกับชาวนามืออาชีพ

 http://www.gotoknow.org/blogs/books/86876/toc

 

    "คือการ หา ทางออกเบ็ดเสร็จ ในการทำนาดำ เปียกสลับเเห้ง-แกล้งข้าว ที่ตอบโจทย์

    ทั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจ  สิ่งแวดล้อม  และครอบครัว-สังคม รับ AEC ปี2558"

     

 

ทำความเข้าใจ เบื้องต้น 2 ข้อ กับ "ศักยภาพ ความแข็งแรงของต้นข้าวตามธรรมชาติ"

 

1.ข้าวไม่ใช่พืชน้ำ แต่ทนน้ำท่วมขัง ยิ่งน้ำมากยิ่งอ่อนเเอ ต่อโรค และล่อแมลงเข้าทำลายง่าย ไม่แกร่ง ไม่แข็งแรง ไม่แตกกอ/แตกกอน้อย

2.การแช่น้ำไว้ในนา "เพื่อการคุมหญ้า" แต่ก็ต้องแลกด้วยผลผลิต ที่มีต้นทุนสูงขึ้น ทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาเคมี เวลาที่ต้องใช้ดูแล

 

    ถ้าคนมีสุขภาพที่เเข็งแรง(ด้วยอาหาร อากาศ ออกกำลังกาย อารมณ์) ก็ไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องกินยา กินวิตามิน อาหารเสริมพร่ำเพรื่อ

 

    ข้าวก็เช่นกัน ข้าวสามารถแข็งแรงได้ด้วยศักยภาพตามธรรมชาติ (ด้วยการบำรุงดินดี ระยะปลูกเหมาะสม อากาศถ่ายเท แสงเเดดทั้วถึงโคน  ระบบน้ำ(เปียกสลับเเห้ง แกล้งข้าว)) ต้นข้าวก็จะกระชับผนังเซลล์แข็งแรง  กระตุ้นการออกราก เพิ่มพื้นที่การหาอาหาร ดูแลตัวเอง ได้ตามศักยภาพ และสร้างผลผลิตได้เต็มที่  ไม่ต้อง บำรุง ปุ๋ยเคมี วิตามินสังเคราะห์ ฮอร์โมนต่างด้าว นำเข้า หรือชื่อ การค้ามากมาย ที่ชวนเชื่อสรรพคุณ ชาวนาให้ซื้อใช้ ใช้มาก ได้มาก  มากกว่า ที่จะ แนะนำให้เข้าใจ ธรรมชาติพื้นฐานของต้นข้าว ....

 

หลายคนท้อ หลายคนทำ(ให้ยาก) หลายคนกดดัน หลายคนดูแคลน "ว่าทำนา มันเหนื่อย ต้องลงทุน ต้องใช้ปุ๋ยสูตร โน่น นี่ นั่น โรคแมลง มา เชื้อรา ลง  ไม่มีประกัน ไม่มีจำนำ จะอยู่ได้เหรอ???? ... โอย ไปทำอย่างอื่นดีกว่า แค่คิดก็ขาดทุน แล้ว เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา  >>>

 

ขอให้ลองกลับมา ตั้่งหลัก คิดแบบวิทยาศาสตร์ หาเหตุ และผล ว่า

 

    "จะทำนา ปลูกข้าว อย่างไร ให้ต้นข้าวแข็งแรง สามารถดึงศักยภาพ ตามธรรมชาติ ให้สามารถ อุ้มชู ดูแลตัวเองได้"

     แค่นี้การทำนา ก็เปลี่่ยน หน้ามือ เป็นหลังมือได้แล้ว .... ทำง่าย ทำสบาย เดินลงนาขาไม่เปื้อนโคลน แล้ว       

 

----> เมื่อเข้าใจพื้นฐาน ก็เข้าสู่เป้าหมายการปฎิบัติร่วมกับชาวนามืออาชีพ

 

 

>เป้าหมายทางเศรษฐกิจ คือ ต้นทุน -ผลผลิต - กำไร

ต้นทุน 3,000 บาท ต่อไร่

ผลผลิต       1 ตัน ต่อไร่

กำไรขั้นต่ำ 5,000 บาท ต่อไร่

ทำได้ ในกลุ่ม ระดับ mass production  พื้นที่กลุ่ม  300 - 500 -1,000 ไร่ 

 

>เป้าหมายทาง สิ่งเเวดล้อม คือ "ลดการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก ลดการใช้น้ำ+ลด ละ เลิก การใช้ปุ๋ยเคมี+ลด ละ เลิก สารเคมี "

โดยปลดปล่อยให้ข้าวใช้ศักยภาพภายในตัวเองสูงสุด เพื่อให้ต้นข้าวสุขภาพแข็งแรง พึ่งพาตัวเองได้ ต้านทานโรคและเเมลง

ด้วยเทคนิค นาดำ+*เปียกสลับเเห้ง-แกล้งข้าว*+เเหนเเดง+เป็ด+พรวนหญ้า+ดอกไม้สีเหลือง+สารชีวภัณฑ์

ระดับคุณภาพผลผลิตข้าว---> เพิ่มคุณภาพผลผลิต   

คือ 1. สามารถจำหน่ายเป็น เมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก  2.ข้าวปลอดสาร (ระยะปรับเปลี่ยน ลด ละ เลิก) 3.ข้าวอินทรีย์ 

ทำได้ ในกลุ่ม ระดับ mass production พื้นที่กลุ่ม 300 - 500 -1,000 ไร่ 

 

 

>เป้าหมายทางครอบครัว- สังคม : รองรับยุคคนทำนา "สูงอายุ สังขารร่วงโรย" + แรงงานเกษตรลดลงสวนทางความต้องการอาหารเพิ่มขึ้น ด้วยรูปแบบการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร (share cost +utilized capacity) ที่เหมาะสมกับพื้นที่  ที่ประหยัดเวลา ง่ายต่อการจัดการ ถูกใจเด็ก วัยรุ่น คนหนุ่มสาว คนชรา สามารถทำนาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ( โดยใช้ความรู้ต่อยอดสู่การปฏิบัติจริง ) มีรูปแบบของการ ร่วมมือ-ลงแขก-เอาแรงกันในชุมชน 

ไม่ใช่ศิลปินชาวนา  แต่เป็นกลุ่ม เครือข่ายชาวนามืออาชีพ ที่เข้มแข็ง มีอำนาจต่อรอง

 

 

ทำได้ ในกลุ่ม ระดับ mass production  พื้นที่กลุ่ม 300 - 500 -1,000 ไร่ 

 

 

 

    "ชาวนาวันหยุด" ปรารถนา ที่จะเห็นเพื่อนชาวนา มีความเเข็งแรง มีความสุข มีเกียรติ มีกิน บนพื้นฐานของการเรียนรู้ ด้วยการปฏิบัติ และส่งมอบความรู้ ความเข้าใจ พื้นฐาน ไปสู่ครอบครัวเพื่อนชาวนา

 

ชาวนา จะเเข็งแรง มีความสุข ด้วยการสังเกตุ ด้วยการคิด การปฏิบัติ การต่อยอด การเเลกเปลี่ยนเรียนรู้

ทั้งภูมิปัญญาพื้นบ้าน ภูมิปัญญาสากล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ร่วมกัน และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่

ชาวนา จะเเข็งแรง ร่ำรวยความสุข ได้ ไม่ใช่ด้วยการซื้อ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี สารเคมี เพื่อแลกผลผลิต ไร้คุณค่า ไปส่งออก

 

    เมื่อชาวนาเข้มแข็ง มีสติ  ก็จะไม่ใช่เครื่องมือ ค้าความจน ค้าประชานิยม แลกด้วยผลประโยชน์ของ นักกินเมือง นักเลือกตั้ง ทั้งหลาย

 

 

    ในอนาคต วันที่อาหาร พลังงานเเพง แสนเเพง จะมีประโยชน์อะไร

    ถ้าความเป็นเจ้าของ ที่ดิน ที่นาไร่ ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดมั่นคงที่สุด ของเกษตรกร ตกไปอยู่ในมือนายทุน ทั้งไทยและเทศ 

 

 

รุ่นลูกหลานชาวนาเกษตรกรทั้งหลาย ก็เป็นเพียงแค่ผู้บริโภค กับบทบาทลูกจ้าง หรือผู้เช่าในผืนนาของบรรพบุรุษ  กับความทรงจำ เก่าๆ ว่า เคยเป็น เคยรู้ว่า มันจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ลงสมอง ลงมือ ลงแรงอะไร กับวันเวลาที่ผ่านไป กับความคิดว่า ฉันจะกลับ... 

 

ถ้ายังมองแบบเส้นตรง อนุกรม  ก็จบอยู่ตรงนั้น ลองหาทางเลือก ที่จะทำให้ชีวิต คุณคู่ขนาน ไปได้กับความพร้อมของที่ดินและความชำนาญของครอบครัวต่างจังหวัดคุณ ...ก่อนที่มันจะสายเกินไป 

 

เมื่อ วันนั้นมาถึง อย่าบ่นเสียดาย  เพราะ บ่นๆๆๆ ไม่ได้ช่วย ให้คุณภาพชีวิตคุณ และครอบครัว คุณดีขึ้น หรือแม้แต่ประเทศชาติก็ไม่ได้อะไรกับคุณด้วยเลย

 

    เพราะ ชาวนาวันหยุด ก็คือ  วันหยุดชาวนา ที่จะได้ลูก ได้หลาน กลับมาช่วยถ่ายทอด แลกเปลี่ยน องค์ความรู้ ความเข้าใจพื้นฐาน และลงมือปฎิบัติร่วมกัน ตั้งแต่การจัดระเบียบการปลูกข้าว  และใช้"เปียกสลับเเห้ง แกล้งข้าว" เพื่อ ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต ร่วมกับ ครอบครัว เพื่อนบ้าน เเละเครือข่ายชาวนามืออาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารร่วมกันสืบไป...

 

 

ขอบคุณพลังใจจากรอยยิ้มชาวนา เสียงเป็ด เสียง นก กบ เขียด และทุ่งนาเส้นคู่ขนาน สีเขียว จนเป็นทะเลสีทอง รวงข้าวสีทองย้อยห้อยระย้า

 

สุภชัย ปิติวุฒิ

มนุษย์เงินเดือนวันธรรมดา ชาวนาวันหยุด

 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version